การเลือกเซ็นเซอร์วัด COD และ BOD มีอะไรที่ควรคำนึงถึงบ้าง?

การเลือกเซ็นเซอร์วัด COD และ BOD มีอะไรที่ควรคำนึงถึงบ้าง?

การเลือกเซ็นเซอร์วัด COD และ BOD มีอะไรที่ควรคำนึงถึงบ้าง?


แปลโดย: ปทิตตา ตันสัจจา ผู้จัดการฝ่ายขาย

  เราควรคำนึงถึงอะไรบ้าง เมื่อจะทำการเลือกระหว่าง UV หรือ UV Vis Sensors?

ตั้งแต่มีการสร้างเครื่องมือมาใช้ในการวัดแบบต่อเนื่อง หลักการวัดค่าการดูดกลืนแสง (Spectrophotometry) ได้ถูกใช้เพื่อตรวจวัดและควบคุมระบบผลิตน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย การวัดค่าการดูดกลืนแสงเป็นหลักการที่ทำการวัดปริมาณของแสงที่ถูกดูดกลืนโดยชนิดของโมเลกุล ซึ่งได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นเซ็นเซอร์วัดค่าน้ำแบบต่อเนื่องที่มีความถูกต้องและเชื่อถือได้

เซ็นเซอร์ในระบบ IQ SensorNet ของ WTW ชนิด ultraviolet (UV) และ ultraviolet visible (UV Vis) ได้มีการปรับเทียบมาจากโรงงานสำหรับใช้งานในระบบบำบัดน้ำเสีย ช่วยเพิ่มความถูกต้องและลดความถี่ในการสอบเทียบ การดูแลรักษาต่ำด้วยระบบการทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติด้วยอัลตร้าโซนิก (built-in UltrCleanTM ultrasonic cleaning) ไม่มีชิ้นส่วนสิ้นเปลืองที่ต้องใช้ เช่น สารเคมีหรือแปรงปัด เซ็นเซอร์เหล่านี้มีหลายรุ่นย่อยที่สามารถวัดค่าได้หลากหลาย เช่น ไนเตรท (Nitrate) ไนไตร์ท (Nitrite) ปริมาณสารแขวนลอย (TSS) ค่าการส่องผ่านของแสง (UVT-254) ซีโอดี (COD) บีโอดี (BOD) ปริมาณสารอินทรีย์คาร์บอนรวม (TOC) และค่าอื่นๆ

เซ็นเซอร์เหล่านี้มีความสำคัญในระบบบำบัดน้ำ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานอย่างมาก แต่ก็มีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจะทำการเลือกเซ็นเซอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานสามารถเซ็นเซอร์ได้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน จึงควรคำนึงถึง 5 คำถามก่อนที่จะเลือกเซ็นเซอร์ ดังต่อไปนี้

  UV & UV’Vis Sensor Benefits

1

  Reagentless online measurement of Nitrate, Nitrite, COD, BOD, TOC, UVT-254, NOx and TSS

2

  Measurement and display of up to five parameters on single sensor

3

  UltraCleanTM ultrasonic cleaning technology prevents fouling and lowers maintenance roquirements

4

  Durable, long lasting materials: Titanium and PEEK will hold up in the toughest conditions

5

  UV and UV Vis spectral sensors scan 256 wavelengths per measurement for better accuracy and turbidity compensation

6

  Factory calibrated for location in the process (influent, secondary treatment, effluent)

7

  User calibration possible for improved accuracy in non-ideal applications

  Parameters

  Nitrate (NO3)   Biological pollutant from human waste converted from NH,” in the nitrification process.
  Nitrite (NO3)   Biological pollutant from human waste, the intermediate form between NH4  and NO3 in the nitrification process.
  Chemical Oxygen
  Demand (COD)
  The amount of oxygen consumed by all the reactions within a sample. It is considered a quantification of the organic matter
  present and commonly  used as a surrogate to the BOD measurement.1
  Biochemical Oxygen
  Demand (BOD)
  The amount of oxygen consumed by microorganisms in breaking down organic  waste in stream water. It is considered a
  quantification of organic matter present and is regulated with effuent limitations by the National Pollution Discharge
  Elimination System (NPDES).1
  Total Organic
  Carbon (TOC)
  The amount of organically bound carbon in a sample. It is considered a quantification of the organic matter present and an
  indicator of water quality. This test is often used as a more convenient and direct expression of organic matter than BOD or
  COD.1
  UVT% (UVT-254)   The percentage of UV light transmitted at the 254nm wavelength. This parameter is used as an indication of the organic
  content within the water and is often correlated with BOD, COD, and TOC. It is commonly measured to automatically
  control UV dosing in the disinfection process.1
  Total Suspended
  Solids (TSS)
  The dry weight of the suspended particles in a sample of water that can be trapped by a filter. This parameter is
  often used as an indicator of water quality and as a quantification of the microorganisms present in activated
  sludge systems (Mixed Liquor Suspended Solids, MLSS).1

1(APHA, 1995)

บริษัท เอ็นเทค อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ WTW จากประเทศเยอรมนี รวมถึงการบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย WTW Thailand

5 คำถาม ที่ควรคำนึงก่อนจะเลือกเซ็นเซอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน มีดังนี้

เมื่อจะทำการเลือกเซ็นเซอร์ UV หรือ UV Vis ท่านควรดูเป็นอย่างแรกว่าต้องการวัดอะไรและทำไมต้องวัด พารามิเตอร์ไหนที่ท่านต้องการวัด ลักษณะการใช้งานเป็นอย่างไร เซ็นเซอร์จะถูกใช้อย่างไร ซึ่งเซ็นเซอร์บางรุ่นจะสามารถวัดได้หลายพารามิเตอร์ในหัววัดเดียว ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการใช้เซ็นเซอร์ UV Vis ในระบบบำบัดน้ำเสีย

ไนโตรเจน (Nitrogen)
พารามิเตอร์พวกไนโตรเจน เช่น ไนเตรท ไนไตร์ท เป็นสิ่งที่วัดโดยทั่วไปในระบบ biological nutrient removal (BNR) ไนเตรทถูกวัดเพื่อปรับกระบวนการให้เหมาะสม เช่น เพื่อให้มั่นใจว่าการ nitrification เสร็จสิ้น ควบคุมการเติมคาร์บอนใน anoxic zones ตรวจวัดปริมาณไนโตรเจนที่ปล่อยออกให้เหมาะสม ฯลฯ

คาร์บอน (Carbon)
พารามิเตอร์พวกคาร์บอนเป็นที่นิยมตรวจวัดในระบบบำบัดน้ำเสียอย่างแพร่หลาย เช่น COD, BOD และ TOC ค่า BOD และ TOC จะเฉพาะเจาะจงเป็นพวกสารคาร์บอนอินทรีย์ (organic carbon) ส่วนค่า COD เป็นที่นิยมใช้ในการตรวจวัดในหลายส่วน เช่น ตรวจวัด organic load ตรวจวัดประสิทธิภาพของการบำบัด ตรวจวัดปริมาณของสารคาร์บอนอินทรีย์ที่มีอยู่ในระบบบำบัด ตรวจหาแหล่งปล่อยมลพิษเพื่อการแจ้งเตือนล่วงหน้า และตรวจวัดการปล่อยมลพิษให้อยู่ในมาตรฐาน

ในอดีตการหาค่าพารามิเตอร์พวกคาร์บอนเหล่านี้ต้องใช้การทำแล็บที่มีความสิ้นเปลืองทั้งสารเคมีและเวลา จึงไม่สามารถหาค่าบ่อยๆ ได้ ดังนั้นเซ็นเซอร์แบบ UV Vis จึงถูกนำมาใช้เพื่อการวัดแบบต่อเนื่อง ทำให้สามารถควบคุมกระบวนการและมีการแจ้งเตือนได้ทันที มีหลากหลายการใช้งานที่สามารถนำเซ็นเซอร์มาใช้ได้เนื่องจากสามารถตรวจวัดได้หลายค่าโดยใช้เซ็นเซอร์เพียงอันเดียว

ปริมาณสารแขวนลอย (TSS) เป็นค่าที่ต้องทำการวัดในบ่อเติมอากาศ เพื่อดูปริมาณความเข้มข้นของจุลินทรีย์ ซึ่งการเลือกใช้เซ็นเซอร์วัด COD ที่สามารถวัด TSS ได้ด้วย ก็จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ข้อมูลที่จำเป็นในการหาค่าอัตราส่วน  F/M ratio ในเซ็นเซอร์แต่ละรุ่นจะสามารถตรวจวัดค่าต่างๆ ได้ดังตารางต่อไปนี้ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเลือกเซ็นเซอร์ให้เหมาะสมและครบถ้วนสำหรับการใช้งาน

Table 1. IQ SensorNet UV Vis Spectrophotometer Sensor Types include CarboVis, NitraVis, NiCaVis,UVT-254,   and NOx.

ผู้ผลิตเซ็นเซอร์บางรายจะมีแค่เซ็นเซอร์แบบ Single-Wavelength (254 nm) และบางรายจะเหมือน WTW ที่มีทั้ง Single-Wavelength (254 nm) และ spectral sensors (Multi-Wavelength) ซึ่งเซ็นเซอร์แบบ Spectral (Multi-Wavelength) จะสามารถวัดค่าได้หลากหลายกว่าและมีความถูกต้องมากกว่า เพราะจะเป็นการวัดโดยใช้ความยาวคลื่นถึง 256 ความยาวคลื่น ตลอดทั้งช่วง UV และช่วง Visible

เซ็นเซอร์จะทำการสแกนวัดค่าที่ความความคลื่นแต่ละจุดเพื่อทำการตรวจวัดความเข้มข้นของพารามิเตอร์ที่เราต้องการ การดูดกลืนแสงแต่ละช่วงความยาวคลื่นนี้จะสร้าง ‘spectral footprint’ แต่ละ ‘spectral footprint’ จะถูกคำนวนเป็นความเข้มข้นในหน่วย mg/L โดยใช้การคำนวนตามโปรแกรมอัลกอริทึมที่ถูกโปรแกรมไว้ในเซ็นเซอร์ (Smith, 2019)

Ultraviolet and visible spectrum

Figure 1. Ultraviolet and visible spectrum of light from 200-720 nm. Nitrate and nitrate primarily absorb UV light from 200-250 nm
and organic molecules from 250-350 nm. Turbidity absorbs light from 380-720 nm.

การวัดโดยใช้เซ็นเซอร์แบบ Spectral (Multi-Wavelength) จะให้ค่าที่ถูกต้องแม่นยำกว่าแบบ Single-Wavelength (254 nm) เพราะวัดค่าการดูดกลืนแสงของโมเลกุลตลอดช่วงความยาวคลื่น ไม่ได้วัดเพียงจุดเดียว นอกจากนี้การใช้ความยาวคลื่นหลายช่วงในการวัดยังทำให้เราได้ข้อมูลการดูดกลืนแสงที่มากขึ้นของแต่ละพารามิเตอร์ ช่วยเพิ่มช่วงความยาวคลื่นที่ใช้ในการชดเชยความขุ่นของน้ำ และยังช่วยให้สามารถตรวจวัดโมเลกุลของสารอินทรีย์ที่แตกต่างกันได้

ความยาวคลื่นจำนวน 256 ความยาวคลื่นที่เซ็นเซอร์แบบ Spectral (Multi-Wavelength) ใช้ จะครอบคลุมทั้งช่วง UV และ Visible ตั้งแต่ 200 ถึง 720nm (Figure 1) ถ้าเป็นรุ่น UV Spectral (Multi-Wavelength ในช่วงแสง UV) จะใช้ความยาวคลื่น 265 ความยาวคลื่นในช่วง 200 ถึง 390nm ทำให้รุ่น UV Spectral สามารถวัดแยกความต่างระหว่างไนเตรทและไนไตร์ทได้ ไนเตรทและไนไตร์ทจะดูดกลืนแสงช่วงความยาวคลื่นสั้นในช่วง UV (<250nm) ขณะที่โมเลกุลของสารอินทรีย์จะดูดกลืนแสงได้มากที่ช่วงความยาวคลื่นระหว่าง 250-350nm และการดูดกลืนช่วง 380 ถึง 720 nm มาจากความขุ่นซึ่งจะถูกวัดและชดเชยสำหรับการวัดแต่ละครั้ง (Smith, 2019)

อย่างไรก็ตาม ยังมีเซ็นเซอร์ที่ใช้ Single-Wavelength ในการวัด โดยใช้ความยาวคลื่นแรกที่ 254 nm (UVT-254 หรือ SAC-254) วัดค่าการดูดกลืนหรือการส่องผ่านของแสงที่ความยาวคลื่น 254 nm เท่านั้น ซึ่งที่ความยาวคลื่นนี้ โมเลกุลของสารอินทรีย์บางตัวจะดูดกลืนแสง ทำให้ใช้ดูแนวโน้มของความเข้มข้นในน้ำดื่มหรือน้ำเสียได้ ซึ่งค่าจะถูกนำมาหาความสัมพันธ์กับค่า COD, BOD และ TOC โดยใช้การเทียบค่ากับค่าแล็บ และจะใช้ความยาวคลื่นที่ 550 nm ในการชดเชยค่าความขุ่น

ถึงแม้ว่าเซ็นเซอร์แบบ Single-Wavelength จะให้ข้อมูลที่มีประโยชน์และดูแนวโน้มได้ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของความถูกต้องแม่นยำเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์แบบ Spectral (Multi-Wavelength) เนื่องจากเซ็นเซอร์อาจวัดโมเลกุลของสารอินทรีย์บางตัวไม่ได้ และชดเชยค่าความขุ่นได้ไม่ดีนัก

ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์แบบ Single-Wavelength หรือ Spectral (Multi-Wavelength) ก็ล้วนมีประโยชน์กับผู้ใช้งาน แต่เซ็นเซอร์แบบไหนที่จะดีที่สุดสำหรับการใช้งานของคุณ? เซ็นเซอร์แบบ Single-Wavelength จะใช้ดูแนวโน้มของค่าได้ในราคาที่ต่ำกว่า แต่ก็เหมาะสมกับบางการใช้งาน เช่น UVT-254 สำหรับ UV disinfection ขณะที่เซ็นเซอร์แบบ Spectral (Multi-Wavelength) จะถูกสอบเทียบมาสำหรับงานที่เฉพาะเจาะจง (influent, secondary treatment, effluent) และให้ค่าที่ถูกต้องแม่นยำสูง

Calculated vs. Correlated Parameters

  Sensor Type Spectral Single Wavelength
  COD, BOD, TOC, DOC Calculated parameters Correlated parameters

  How does it work?

 

The “spectral footprint” from eachmeasurement is converted into aconcentration via the sensors builtin algorithms. The algorithms arebased on extensive testing at allstages of the municipal wastewa-ter treatment process. Measurements are calculated from the absorbance at 254nm against user entered value pairs. The value pairs are limited to two and based on laboratory analysis of grab samples. Correlated parameters are
based on less data and more susceptible to the errors associated with grab samples.
  Advantages/Disadvantages Calculated parameters provide more accurate and repeatable measurements for carbon parameters.
In addition to using the full 256 wavelength spectral footprint to calculate the concentration, the spectral sensors scan more wavelengths for turbidity com- pensation.
Correlated parameters are based on less data and more susceptible to the errors
associated with grab samples. Additionally, Single wavelength sensors do not compensate as well for turbidity. However, single wavelength sensors can
be a more economical choice if interested in NOx
or UVT.

Path length หรือระยะระหว่างแหล่งกำเนิดแสง (light source) และตัวตรวจวัด (detector) มีความสำคัญสำหรับการวัดแบบ spectrophotometry เนื่องจากเป็นแฟคเตอร์ที่จะถูกนำมาคำนวนหาค่าการดูดกลืนแสงตามกฎ Beer-Lambert law ซึ่งจะมีผลกระทบเนื่องจากความขุ่นของน้ำ ดังนั้นเซ็นเซอร์แบบ UV Vis จึงมักจะเป็นแบบ fixed path lengths และมีช่วง gap ให้เลือก

เซ็นเซอร์ UV Vis ของ WTW มี 2 path length ให้เลือก คือ 1 mm และ 5 mm (Figure 2) โดย 1 mm ใช้สำหรับวัดน้ำเสียที่ยังไม่ได้บำบัดหรือระหว่างการบำบัด ส่วน 5 mm ใช้ตรวจวัดน้ำเสียที่บำบัดแล้ว ซึ่งบางครั้งก็ถูกนำมาใช้วัดน้ำผิวดินและน้ำดื่มด้วย

Figure 2. YSI UV Vis sensors have two available gap lengths, 1 mm and 5 mm.

เซ็นเซอร์ UV Vis โดยทั่วไปจะมีขนาดใหญ่และหนักกว่าเซ็นเซอร์อื่นๆ จึงควรพิจารณาเรื่องการติดตั้งให้ดี โดยเบื้องต้นควรคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการเข้าถึง เพื่อจะได้ใช้งานและทำการดูแลรักษาได้ง่าย อุปกรณ์สำหรับยึดเซ็นเซอร์ควรมีความแข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะในงานน้ำเสีย

flow-thru cell1

ทั่วไปจะทำการติดตั้งเซ็นเซอร์ UV Vis ในงานน้ำเสีย โดยใช้ตัวยึดจุ่มลงในบ่อหรือรางน้ำของระบบบำบัดโดยตรง ซึ่งการจุ่มเซ็นเซอร์ลงในน้ำมักจะมีอยู่ 2 ทางเลือก คือจุ่มแบบยึดเซ็นเซอร์กับแท่งโลหะ แล้วยึดแท่งนี้กับผนัง หรือคาน การติดตั้งแบบนี้เหมาะสำหรับงานที่จำเป็นต้องยึดเซ็นเซอร์อยู่กับที่ เช่น น้ำมีความปั่นป่วนอย่างมาก

ส่วนอีกแบบเป็นที่นิยมใช้โดยทั่วไป จะเป็นการยึดแบบใช้โซ่แขวน ซึ่งมีข้อดี เช่น สามารถใช้งานได้ง่าย สามารถปรับระดับเซ็นเซอร์ขึ้นลงได้ง่าย สามารถยื่นเซ็นเซอร์เข้าไปในบ่อบำบัด และหมุนเซ็นเซอร์กลับมาเมื่อต้องการดูแลรักษาเซ็นเซอร์

สำหรับงานน้ำสะอาดเช่นน้ำที่ถูกบำบัดแล้ว น้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่ หรือน้ำดื่ม หรืองานที่การติดแบบจุ่มน้ำอาจจะไม่สามารถเข้าถึงหน้างานได้ สามารถเลือกใช้เป็น flow-thru cell ได้ ในการใช้ flow-thru cell เซ็นเซอร์ UV Vis จะถูกยึดติดกับผนังแล้วต่อสายยางให้น้ำไหลผ่านหน้าเลนส์อย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าเซ็นเซอร์ UV Vis จะต้องการการดูแลรักษาน้อยและไม่ต้องใช้สารเคมีในการวัด แต่ก็ยังต้องการดูแลเป็นครั้งคราว ด้วยเทคโนโลยี UltraClean ของ WTW IQ SensorNet ทำให้เซ็นเซอร์ UV Vis ของ WTW ต้องการการดูแลรักษาน้อยมากเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์แบบต่อเนื่องอื่นๆ เนื่องจากระบบนี้ เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ WTW และเป็นระบบที่ทำความสะอาดหน้าเลนส์แบบอัตโนมัติด้วยระบบอัลตร้าโซนิก ไม่เพียงทำให้หน้าเลนส์มีความสะอาดได้นานกว่า แต่ระบบนี้เป็นระบบภายในของเซ็นเซอร์ จึงไม่ต้องมีการเปลี่ยนชิ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นซีลหรือแปรงปัด

การที่หน้าเลนส์ของเซ็นเซอร์ UV Vis สะอาดย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเซ็นเซอร์ ด้วยเหตุนี้เซ็นเซอร์จึงมีระบบ UltraClean ที่ทำงานต่อเนื่อง ทำการสั่นหน้าเลนส์ที่ความถี่สูงทำให้ตะกอนหลุดออกจากหน้าเลนส์ และทางผู้ใช้งานอาจเพิ่มระบบทำความสะอาดแบบลมเป่าร่วมด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

ระบบทำความสะอาด UltraClean ประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับการใช้งานในระบบบำบัดน้ำเสียเนื่องจากหน้างานมีตะกอนมาก ทาง WTW จึงนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับทั้งเซ็นเซอร์ UV Vis เซ็นเซอร์ TSS (ViSolid) และเซ็นเซอร์ Turbidity (VisoTurb) โดยเซ็นเซอร์ทุกตัวยังสามารถเพิ่มระบบลมเป่าได้ด้วย ระบบลมเป่าจะต่อเข้ากับเซ็นเซอร์โดยตรงและโปรแกรมผ่านหน้าจอคอนโทรลเล่อร์ เพื่อตั้งค่าความถี่ได้

ระบบทำความสะอาดแบบอัตโนมัติช่วยลดเวลาและความถี่การดูแลรักษา แต่การทำความสะอาดเพิ่มเติมก็ควรทำเช่นกันเพื่อให้การวัดมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งทำได้โดยนำเซ็นเซอร์ขึ้นจากน้ำทุก 2 อาทิตย์ เพื่อทำความสะอาด ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 นาทีต่อครั้ง ควรล้างเซ็นเซอร์ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาทำความสะอาด เช็ดเลนส์ด้วยผ้านุ่ม แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง ผู้ใช้งานควรเซ็ตตารางการทำความสะอาดให้เป็นประจำเพื่อจะได้มั่นใจว่าเซ็นเซอร์สะอาดอยู่เสมอ

การดูแลรักษาอย่างอื่นได้แก่การสอบเทียบและการทวนสอบ การสอบเทียบทำได้โดยการเทียบค่าการวัดของเซ็นเซอร์ (raw data) เทียบกับห้องแล็บ แล้วนำค่ามาหา Slope เพื่อทำการปรับแฟคเตอร์ให้เซ็นเซอร์ เซ็นเซอร์แบบ Spectral (Multi-Wavelength) จะถูกสอบเทียบมาจากโรงงานให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานต่างๆ แต่ก็สามารถสอบเทียบเพื่อปรับให้เหมาะกับน้ำที่หน้างานได้อีก

ควรทำการสอบเทียบนี้เมื่อทำการติดตั้งเซ็นเซอร์ครั้งแรก ย้ายเซ็นเซอร์ไปที่จุดใหม่ หรือค่าที่ได้แตกต่างจากค่าแล็บมาก เซ็นเซอร์ UV Vis มีระบบการวัดแบบ dual channel โดยทำการวัดในส่วนของ reference เพื่อตรวจวัดและชดเชยค่าของแหล่งกำเนิดแสง (Lamp) และตัวตรวจวัด (Detector) เพื่อป้องกันค่าเบี่ยงเบน (Drift) ของเซ็นเซอร์ ทำให้ไม่ต้องสอบเทียบบ่อย แต่อย่างไรก็ตาม ควรมีการทวนสอบค่าการวัดจากเซ็นเซอร์เป็นประจำโดยเทียบกับค่าแล็บเพื่อให้มั่นใจว่าเซ็นเซอร์ยังสามารถวัดได้ถูกต้อง

อ้างอิงจาก
1. Smith, R. (2019). UV Vis Spectrophotometric Sensors for Wastewater Treatment Process Monitoring [White paper]. Retrieved February 17th 2019 from YSI, Inc: http://info.xylem.com/YSI-UV-Vis-Spectrophotometric-Sensors.html
2. APHA. (1995) Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater, 19th edn. American Public Health Association, Washington, DC

สนใจกรุณาติดต่อ : คุณปทิตตา โทร. 088-924-9644 หรือ 092-258-1144 หรือ Line ID : @entech