เครื่องวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) สำคัญอย่างไร?

Testo 400 Banner
คุณภาพอากาศภายในอาคาร สิ่งที่มองไม่เห็นแต่อาจส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน

ปัจจุบันปัญหามลพิษทางอากาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายนอกอาคารเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาพแวดล้อมภายในสำนักงาน โรงพยาบาล โรงเรียน โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารที่มีระบบปรับอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่สามารถเข้าสู่อาคารผ่านระบบระบายอากาศ ช่องเปิด หรือการรั่วซึมของอากาศ รวมถึงมลพิษที่เกิดจากกิจกรรมภายในอาคารเอง


นอกจากฝุ่นละอองแล้ว ปัจจัยด้านอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และประสิทธิภาพการระบายอากาศ ล้วนมีความสำคัญต่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร หากระบบปรับอากาศและระบายอากาศทำงานไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้ผู้ใช้อาคารรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว และอาจกระทบต่อสมาธิหรือประสิทธิภาพในการทำงาน


การตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ผู้ดูแลอาคารและวิศวกรสามารถประเมินสภาพแวดล้อม ตรวจสอบประสิทธิภาพระบบ HVAC และนำข้อมูลที่ตรวจวัดได้ไปใช้ปรับปรุงคุณภาพอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง

ทำไมต้องตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร?

การประเมินคุณภาพอากาศไม่สามารถอาศัยเพียงความรู้สึกหรือการสังเกตด้วยสายตา เนื่องจากพารามิเตอร์หลายประเภทไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรง การใช้เครื่องวัดคุณภาพอากาศภายในอาคารจึงช่วยให้สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ
พารามิเตอร์สำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
• อุณหภูมิ : ส่งผลต่อความสบายทางความร้อนของผู้ใช้อาคาร
• ความชื้นสัมพัทธ์ : ความชื้นสูงอาจเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา ขณะที่ความชื้นต่ำอาจทำให้เกิดความไม่สบายตัว
• ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ : ใช้เป็นตัวบ่งชี้ประกอบการประเมินความเพียงพอของการระบายอากาศในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งาน
• ความเร็วลมและอัตราการไหลของอากาศ : ใช้ตรวจสอบการกระจายลมและประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศ
• ความดันของอากาศ : เกี่ยวข้องกับการประเมินสภาวะการทำงานของระบบ HVAC และความสบายของผู้ใช้อาคาร

ขอแนะนำ 3 เครื่องวัดคุณภาพอากาศภายในอาคารจาก Testo

testo 400 – Universal IAQ Instrument

เครื่องวัดคุณภาพอากาศและความเร็วลมระดับมืออาชีพ สำหรับการตรวจวัด วิเคราะห์ และจัดทำรายงานด้าน IAQ และระบบปรับอากาศอย่างครอบคลุม


รองรับการตรวจวัดพารามิเตอร์หลากหลายผ่านโพรบที่สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น โพรบวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ โพรบวัดความเร็วลมแบบใบพัดขนาด 16 และ 100 มิลลิเมตร รวมถึงโพรบแบบ Hot Wire


เหมาะสำหรับ
: การวัดการไหลของอากาศ, การวัดในห้องปฏิบัติการและห้องปลอดเชื้อ และงานตรวจสอบอาคาร 

testo 440 – Multifunction Air Velocity & IAQ Instrument

เครื่องวัดความเร็วลมและคุณภาพอากาศภายในอาคารแบบมัลติฟังก์ชัน ใช้งานสะดวก เหมาะสำหรับการตรวจสอบระบบปรับอากาศและระบายอากาศในงานประจำวัน เชื่อมต่อโพรบแบบ Bluetooth ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน


สามารถเลือกใช้โพรบสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม อัตราการไหลของอากาศ CO2 และระดับความปั่นป่วนของอากาศ รวมถึงรองรับการบันทึกค่าตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อใช้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศภายในอาคาร


เหมาะสำหรับ
: ช่างเทคนิคและวิศวกรระบบปรับอากาศ งานบำรุงรักษาอาคาร งานตรวจสอบความเร็วลม และการประเมิน IAQ ในสำนักงานหรือพื้นที่ใช้งานทั่วไป

testo 162 IAQ – WiFi Data Logger

เครื่องวัดและบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อม ที่ใช้งานง่าย พร้อมหน้าจอแสดงผลและเซนเซอร์ในตัว สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และความดันบรรยากาศ

เครื่องบันทึกข้อมูล testo 162 เป็น WiFi Data Logger สำหรับตรวจวัดและบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อม พร้อมส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย Wi-Fi เพื่อให้สามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านระบบ testo Smart Connect และแอปพลิเคชัน testo Smart App โดย testo Smart Connect ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มส่วนกลางสำหรับจัดเก็บ แสดงผล และวิเคราะห์ข้อมูลการตรวจวัด ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามสภาพแวดล้อมได้อย่างสะดวก
**หมายเหตุ: การใช้งานระบบจำเป็นต้องมี Testo Data Monitoring License


เหมาะสำหรับ
: อาคารสำนักงาน ห้องประชุม โรงเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ที่ต้องการติดตามและบันทึกคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประกอบการประเมินประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศภายในอาคาร

เครื่องวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร ช่วยให้การจัดการ IAQ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณภาพอากาศภายในอาคารเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ความสบาย และประสิทธิภาพในการทำงาน การตรวจวัด Indoor Air Quality (IAQ) จึงไม่ใช่เพียงการตรวจสอบสภาพอากาศทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการระบบปรับอากาศและระบายอากาศภายในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกเครื่องมือวัดให้เหมาะสมกับลักษณะงานจะช่วยให้ผู้ดูแลอาคารสามารถนำข้อมูลที่ตรวจวัดได้ไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ปัญหา วางแผนบำรุงรักษา และปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในอาคารให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานได้อย่างยั่งยืน

เครื่องวัดคุณภาพอากาศจาก Testo ทั้ง testo 400, testo 440 และ testo 160 IAQ มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การตรวจวัดและวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม การตรวจสอบระบบ HVAC ในงานประจำวัน ไปจนถึงการติดตามและบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่องผ่านระบบคลาวด์

ทางเอ็นเทคฯ พร้อมให้คำปรึกษาด้านการเลือกเครื่องวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร เครื่องวัดความเร็วลม และเครื่องมือสำหรับตรวจสอบระบบ HVAC พร้อมบริการสอบเทียบและบริการหลังการขาย เพื่อให้เครื่องมือวัดตอบโจทย์การใช้งานอย่างเหมาะสม

ติดต่อได้ที่
คุณพณิชรัตน์ โทร. 092-282-3339 (หน่วยงานเอกชน)
คุณนันท์นภัส โทร. 092-282-3223 (หน่วยงานราชการ)
คุณลัดดาวัลย์ โทร. 092-248-9991 (ลูกค้าภาคตะวันออก) 
หรือ Line ID: @entech